เมอแรงต์ (Meringue)

ส่วนผสม
  1. ไข่ขาวเบอร์สาม 3 ฟอง
  2. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย (แบบไม่หวาน)
  3. เกลือนิดหน่อย
  4. วนิลา 1/2 ช้อนชา
  5. ถั่วอัลมอนด์ซีกอบ (หรืออื่นๆ แล้วแต่ชอบ) 115 กรัม
  6. แป้งข้าวโพด 1 1/2 ช้อนชา (ร่อนเตรียมไว้เพื่อให้แป้งไม่เกาะกัน)
วิธีทำ
  1. ตีไข่ขาวด้วยความเร็วสูงจนตั้งยอด (ในขั้นตอนนี้ห้ามมีอะไรลงไปผสมเลย เพราะจะทำให้ไข่ไม่ฟู)
  2. ค่อยๆ ตะลอมเกลือ น้ำตาลทราย และกลิ่นวนิลา ลงไปผสมทีละน้อยจนหมด
  3. ร่อนแป้งข้าวโพดลงไปผสม
  4. ค่อยๆ ตะลอมถั่วอัลมอนด์ลงไป คนได้เบาๆ หรือใช้วิธีโรยหน้าแทนก็ได้
  5. ใส่ที่บีบหัวกลม หรือตักด้วยช้อนโต๊ะ อันละ 1 ช้อน ลงบนกระดาษไข
  6. ใส่เข้าอบที่ 120 องศาเซลเซียส ประมาณ 1.30 - 2 ชม.
ข้อควรระวัง
ตอนแยกไข่แดง-ไข่ขาวออกจากกันนั้นเราต้องระวังมากหน่อย คืออย่าให้ไข่แดงแตกลงในไข่ขาวอย่างเด็ดขาด นิดเดียวก็ไม่ได้นะคะ น้ำหรือน้ำมันก็อย่าได้หยดลงไป ถ้วยชามที่ใส่ก็ต้องแน่ใจว่าสะอาดและแห้งจริงๆ สิ่งต่างๆ เหล่านี้มีส่วนทำให้ตีไข่ขาวไม่ขึ้นค่ะ

Reference:

จากรู้ตัว - 22 สัปดาห์ เริ่มปวดก้น และเจ็บลิ้นปี่ตอนนอน

ตั้งแต่ที่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ ก็เคยคิดว่าจะบันทึกประสบการณ์ไว้เหมือนเป็นที่ระลึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นกับตัวเองบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำ ด้วยว่ากลัวว่าครรภ์นี้จะไปรอดหรือไม่ และอาจจะกลายเป็นบันทึกจากฝันร้าย เพราะตัวเองอายุมากพอสมควร และกลัวผลการตรวจน้ำคร่ำมาก ถึงแม้ใครอาจจะคิดว่าเป็นแม่ใจร้าย แต่เราก็คงทนไม่ได้ที่จะให้ลูกที่ไม่สมบูรณ์ออกมาผจญกับโลกที่น่าร้าาากเช่นนี้ แต่ตอนนี้ก็ผ่านไปแล้วด้วยดี รู้ผลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

เราไม่ดีใจกับการได้ลูกชายมากไปกว่าการได้รู้ว่าผลออกมาปกติ และเด็กมีโครโมโซมปกติ และจะว่าไปแล้วเราก็ดูจะโชคดีกว่าแม่รายอื่นๆ ที่มีอาการแพ้ท้องต่างๆ นานา แต่เรากลับปกติ กินได้เหมือนปกติ ไม่มีแม้แต่อาการแปลกๆ ประเภทอยากกินอะไรประหลาดๆ

นอกจากนี้ยังรู้สึกตัวว่าเด็กดิ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่ 17 ทีแรกก็นึกว่ากล้ามเนื้อกระตุก เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าๆ ก็เริ่มหนักขึ้น และแน่ใจได้ว่าไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อกระตุีกแน่ๆ ถึงตอนนี้รอบเอวก็ 34 นิ้วแล้ว จาก 26 นิ้ว และถึงแม้เมื่อสัปดาห์ที่ 18 จะรู้ว่ารกเกาะต่ำ ซึ่งอาจเป็นผลให้คลอดเองไม่ได้ และเสี่ยงกับการคลอดก่อนกำหนด แต่ก็ยังดำเนินชีวิตตามปกติ แถมมะรืนเดินเยอะไปหน่อยทั้งทำงานบ้าน และชอปปิ้ง ทั้งๆ ที่ก็มีอาการปวดก้นมาก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้อาการหนักขึ้นเรียกว่า นั่งก็โอย นอนก็โอย แค่พลิกตัวหน่อยเดียวก็ปวดแทบน้ำตาเล็ด สามีที่แสนดีก็ช่วยหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตให้ และทำให้รู้ว่า เพราะสรีระเปลี่ยน หมอแนะนำให้นั่งและนอนเป็นเบาะนุ่มๆ หรือถ้าหาหมอนโดนัท ก็จะช่วยได้มาก และที่สำคัญคือให้พักผ่อนมากๆ อย่าเดินเยอะ ให้นั่งห้อยขาอย่านั่งขัดสมาธิ หรือนั่งกะพื้้นแข็งๆ ตอนนี้ก็อาการดีขึ้นเยอะแล้ว

น้ำหนักล่าสุดที่ชั่งตอนสัปดาห์ที่ 21 ก็คือ 58.8 กิโลกรัม ขึ้นมา 6 กิโลแล้ว และหมอบอกว่าอัตรานี้ดูจะเร็วไปคงต้องลดของหวานและแป้ง และพยายามอย่ากินมื้อใหญ่ๆ เพราะว่าจะทำให้จุกลิ้นปี่และนอนไม่สบายหลับไม่สบายเลย เหมือนเมื่อคืนที่ตอนพลิกตัวตลอดเวลา แต่หลับไม่สนิทเลย เพราะว่าแน่นไปหมด แม้ว่าจะเอาหมอนรองหัวให้สูงแล้ว แต่ก็ยังไม่สบายตัวและไม่สามารถหลับได้สนิท

คนท้องไม่เหมือนกับคนอ้วนอย่างที่เคยคิดมาก่อนเลย มันไม่สบายตัวในหลายๆ อย่าง นี่ขนาดว่าเราโชคดีที่ไม่มีอาการแพ้ใดๆ ก็ยังรู้สึกไม่สบายเหมือนอย่างเคย แล้วแม่ๆ สมัยก่อนที่ความรู้ยังไม่แพร่หลาย การแพทย์ยังไม่ดีเท่านี้คงลำบากมากกว่าเราอีก ดังนั้นรักแม่ให้มากๆ นะค่ะ เราก็ด้วย จะพยายามรักและเข้าใจแม่ให้มากกว่าีนี้

รายการตรวจเตรียมตั้งครรภ์

เพิ่งจะมีลูกคนแรกค่ะ แล้วก็รู้ว่ามีความเสี่ยงมากมายสำหรับชีวิตทีุ่จะเกิดขึ้นมาใหม่ คิดๆ แล้วก็ให้มีความคิดประหลาดว่าคนเราน่าจะถือรายการตรวจไว้แสดงเลย ไม่แน่เมื่อลูกโต แทนที่เราจะขอสินสอดอาจจะเป็นขอรายการตรวจร่างกายของอีกฝ่ายแทน เพื่อให้แ่น่ใจว่าทายาทที่จะเกิดมาจะครบสมบูรณ์ แต่ก็ฟังดูเพี้ยนๆ นะค่ะ เอาเป็นว่าควรจะตรวจดังนี้ละกัน

รายการตรวจพ่อแม่
ไว้ัรัสตับอักเสบบีตรวจพาหะ เพื่อป้องกันการติดต่อไปยังแม่ตรวจทั้งพาหะและภูมิคุ้มกัน เพื่อฉีดวัคซีน
บาดทะยัก
ตรวจภูมิคุ้มกัน เพื่อฉีดวัคซีน
หัดเยอรมัน
ตรวจภูมิคุ้มกัน เพื่อฉีดวัคซีน
ทาลัสซิเมีย (Thalasemia)XX
เอดส์ (AIDS)XX
ซิฟิลิสXX
หมู่เลือด RhXX
ความผิดปกติของโครโมโซมXX

รายการที่ใส่มาเป็นแค่คร่าวๆ เท่านั้น เดี๋ยวนี้ รพ.ไหนๆ ก็มีแพคเก็จแบบนี้ทั้งนั้นแล้วค่ะ ยกเว้นแต่ความผิดปกติของโครโมโซม ซึ่งโดยทั่วไปจะตรวจเอาเมื่อตั้งครรภ์แล้ว เพราะแม้ว่าพ่อแม่จะสมบูรณ์ ก็ไม่ได้แปลว่าลูกจะสมบูรณ์ด้วย ดังนั้นจึงตรวจเอาที่โครโมโซมเด็กทีเดียวเลย และก็ไม่ได้ตรวจทุกราย ส่วนใหญ่จะตรวจเมื่อแม่อายุเกิน 35 แล้วเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคนทีต่ำกว่าอายุ 35 จะไม่มีโอกาสเป็น แต่ว่ามีโอกาสน้อยค่ะ ทั้งนี้มีทั้งผิดปกติเนื่องจากโครโมโซมพ่อ แม่ ถ่ายทอดมา หรือว่าเกิดความผิดปกติที่เด็กเองก็ได้ ดังนั้นการตรวจสอบประวัติการเจ็บป่วยของครอบครัวพ่อ และแม่จะช่วยบอกได้ในระดับหนึ่งค่ะ

Reference:
ความผิดปกติและโรคทางพันธุกรรม
แม่ท้องกับ 3 วัคซีนที่ต้องรู้