38 สัปดาห์ กับอีก 5 วัน: ผ่าคลอด

เล่าให้ฟังเรื่องการผ่าคลอดจ้า

ตอนแรกหมอก็จะให้งดน้ำและอาหารก่อน จำไม่ได้ว่ากี่ ชม. แต่เราผ่าตอน 9 โมง หมอให้งดตั้งแต่เที่ยงคืน ก็ไป รพ. ทั้งหิวๆ เนี้ยะแหละ พอไปถึง ก็ระทึก เพราะว่าไม่รู้อะไรเลย นางพยาบาลก็บอกให้เปลี่ยนเสื้อ แต่แทนที่จะใส่เสื้อปกติ ให้เราใส่เสื้อคนไข้แบบกลับด้าน คือให้ใส่ข้างหน้าไปอยู่ข้างหลัง เหมือนกับเปลือยหลังประมาณนั้น ก็ใส่ไปแบบงงๆ อายๆ แต่ก็รู้ในทันที เพราะว่าเค้าจะจับเราสวนทวาร โดยฉีดอะไรสักอย่างเข้าไปทางก้น ตอนเสียบหลอดเข้าไปก็จะบอกให้เราเบ่งเหมือนเบ่งถ่าย แต่มันไม่เคยนิหว่า กลายเป็นเกร็งก้นซะงั้น หลังจากยาถูกฉีดเข้าไปได้สักพัก เราก็จะรู้สึกปวดถ่าย เค้าก็ให้เราเดินไปห้องน้ำ เพื่อจะให้ถ่ายออกมาให้หมด นี่ก็เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก แล้วพอเดินกลับมาที่ห้อง เค้าก็มาเสียบสายปัสสาวะ กะน้ำเกลือ ให้อีก ทั้งตัวมีแต่สาย สำหรับคนที่ไ่ม่เคยต้องนอน รพ. มาก่อนอย่างเรา มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเลยอ่ะ รำคาญ ไม่สบายตัวอย่างแรง

หลังจากนั้นเค้าก็ให้เราย้ายเตียง ก็ต้องยกก้นที่ติดสายมากมายไปไว้อีกเตียงหนึ่ง เพื่อถูกเข็นไปเข้าห้อง ระหว่างนั้นนะ ก็จะมีการเอาผ้ามาให้เราห่มแทนเสื้อที่ใส่ ตอนนี้เปลือยสนิท หลังจากนั้นก็ถูกเข็น แล้วก็ย้ายเตียงอีกเพื่อเข้าห้องผ่าตัด และระหว่างที่นอนรอไร้เสื้อผ้านานเหมือนกัน ในห้องผ่าก็เย็นชมัด ไม่แน่ใจว่าเย็นคนเดียวหรือเปล่า อาจจะเพราะเปลือยด้วยมั้ง หลังจากรอน๊านนานจนอยากจะหลับไปเลย วิสัญญีแพทย์ก็จะเข้ามาบล็อกหลัง นางพยาบาลเค้าจะเข้ามาจับเรานอนตะแครง แล้วก็คู้หลังสุดๆ แล้วก็จะฉีดยาเข้าที่บริเวณกระดูกสันหลัง ตอนที่เข็มจิมเข้าไปเีนี้ยะ เจ็บจนสะดุ้ง แต่หมอก็จะบอกให้โกงหลังไว้ เพราะม่ะงั้นจะเจ็บกว่าเดิม

ก่อนจะเริ่มผ่าตัดเค้าก็จะจับเรากางแขนสองข้างรัดไว้กับเบาะที่ติดกับเตียงผ่าตัด เหมือนถูกจับติดกับไม้กางเขนแบบราบเลยอ่ะ แต่หลังจากนั้นก็ไม่รู้สึกอะไรอีกเลย ตั้งแต่หน้าอกลงไป หมอเอาแอลกอฮอล์มาลองแปะทดสอบดู คือเราก็ไ่ม่ค่อยรู้สึกอะไรแล้ว แถมตอนผ่าหมอยังถามอีกว่า เนี้ยะผ่าไปแล้วรู้สึกมั้ย ... เอ่อ มันประมาณว่าถ้าตัดขาเราออกไป เราก็คงไม่รู้อ่ะ ชาสนิท

ก่อนจะเริ่มผ่า หมอและนางพยาบาลจะมาขานชื่อเราเพื่อความถูกต้อง และหลังจากผ่าไม่นาน ก็ได้ยินเสียงเด็กร้อง พอหมอเด็กและพยายาลช่วยกันล้างตัวลูกเราเสร็จ ก็เอามาให้ดูหน้า เราไม่่ค่อยจะสนใจหน้าอ่ะ อยากรู้แค่ว่าเค้าปกติครบ 32 มั้ย รู้แค่นั้น เราก็พอใจแล้ว หน้าไง ก็ลูกเราอยู่ดี

สรุปการผ่าคลอดครั้งนี้ใช้หมออย่างน้อย 3 คน หมอสูติ เป็นคนผ่า วิสัญญีแพทย์ เป็นคนบล๊อกหลัง แล้วก็หมอเด็กมาดูแลลูกเราทั้งทีหลังจากเด็กออกจากท้องได้

38 สัปดาห์ กับอีก 4 วัน: ผ่าคลอดเนื่องจากรกเกาะต่ำ

พรุ่งนี้ผ่าแล้วจ้า update หน่อยก่อน
เอวล่าสุดวันนี้ 40.5 นิ้ว
นน. ชั่งเมื่อเสาร์ที่แล้ว 65 กิโล (ก่อนตั้งครรภ์ 52 กิโล)

จากการอุตตร้าซาว์ดล่าสุด ผลว่าน้องบุ๋น (ในที่สุดก็ได้ชื่อ) ประมาณ 2.9 กิโล แต่หมอบอกว่าอาจจะไม่ถึง พรุ่งนี้เดี๋ยวรู้แล้ว

การผันวรรณยุกต์ภาษาไทย

อาจจะไม่เกี่ยวกะ แม่และเด็กเท่าไร แต่อยากเก็บสรุปไว้ใช้สอนลูก สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านอันเต็ม แนะนำให้ไปอ่านกระทู้ของคุณ big black eyes ในพันทิพ ตาม link ด้านล่างก่อน จะได้รู้ได้ลึกซึ้งและเข้าใจมากกว่า

สำหรับคำเป็น
เสียงสามัญเสียงเอกเสียงโทเสียงตรีเสียงจัตวา
อักษรกลางกาก่าก้าก๊าก๋า
อักษรสูงข่าข้าขา
อักษรต่ำคาค่าค้า

จะเห็นว่า อักษรกลางเป็นกลุ่มที่สามารถผันเสียงได้ครบทุกเสียงและตรงรูปตรงเสียง

สำหรับคำตาย
เสียงสามัญเสียงเอกเสียงโทเสียงตรีเสียงจัตวา
อักษรกลางกัด/กาดกั้ด/ก้าดกั๊ด/ก๊าด
อักษรสูงขัด/ขาดขั้ด/ข้าด
อักษรต่ำเสียงสั้นคั่ดคัด
อักษรต่ำเสียงยาวคาดค้าด

จริงๆ แล้วคำตายเป็นคำที่ผันเสียงไม่ได้ ดังนั้นจะมีแต่รูปสามัญเท่านั้น สำหรับคำตายที่ใส่วรรณยุกต์จะเป็นคำที่มีลักษณะ เป็นคำยืมจากต่างประเทศ หรือคำที่ไม่มีความหมาย เอาไว้เขียนเพื่อเลียนเสียง เช่น เด๊ะ, เป๊ะ, ค่ะ, ปุ๊ก, บึ้ก หรือเอาไว้สอนการผสมคำสำหรับเด็ก

และไม่ว่าคำเป็นหรือคำตาย อักษรสูง และต่ำ จะไม่มีการใส่วรรณยุกต์ ตรีและจัตวา เนื่องจากมีเสียงเป็น ตรีและจัตวาได้โดยไม่ต้องใส่รูปวรรณยุกต์ ส่วนอักษรกลางเอง คำที่ใส่วรรณยุกต์ตรีและจัตวา มักจะไม่ใช่คำไทย แต่เป็นคำยืมจากภาษาจีน หรือภาษาต่างประเทศ

สำหรับวิธีจำอักษรแต่ละกลุ่ม
อักษรกลาง - ไก่จิกเด็กตายบนปากโอ่ง
อักษรสูง - ผีฝากถุงข้าวสารให้ฉัน