สัปดาห์ที่ 28: แผนการเลี้ยงลูกของแม่มือใหม่

อันนี้เป็นข้อมูลที่ส่วนใหญ่รวบรวมมาจาก web breastfeedingthai แม้จะรู้ว่าเด็กไม่ใช่หุ่นยนต์ และคนเป็นพ่อแม่ไม่สามารถตั้งโปรแกรมได้ อะไรๆ ควรจะยืดหยุ่นตามสภาพของเด็กแต่ละคน แต่ก็อย่างที่บอกเป็นแม่มือใหม่ค่ะ ก็กลัวๆ เกรงๆ ไปหลายๆ อย่าง พยายามจะหาข้อมูลให้ได้มากที่สุด เผื่ออย่างน้อย เราก็มีอะไรไว้พออุ่นใจบ้าง อ่ะนะ

ตั้งครรภ์ 16 - 22 สัปดาห์Lactogensis I
1 - 2 วันอุจจาระเป็น meconium
30 - 40 ชม.Lactogenesis II - ฮอร์โมนเป็นตัวกำหนดให้มีการสร้างน้ำนม ไม่ว่าลูกจะดูดหรือไม่ ร่างการก็จะผลิตน้ำมันให้เอง
2 - 3 วัน- หลังจากช่วงนี้ไป เรียก Lactogenesis III ซึ่งน้ำนมจะต้องถูกนำออกจากร่างการสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นให้มีการผลิต อาจใช้วิธีบีบน้ำนมออก หรือเครื่องปั๊มนมช่วยกระตุ้น โดยปรับแรงดูดให้เบาสุดเนื่องจากร่างกายยังอ่อนเพลียจากการคลอด อาจทำให้แม่รู้สึกเจ็บ ปั๊มครั้งละ 10 - 15 นาที ทุกๆ 2 ชม.
- เด็กอาจจะมีอาการตัวเหลือง โดยอาจจะเป็นมากสุดวันที่ 3 หรือ 4 แต่ถ้าเป็นอาการตัวเหลืองแบบปกติ (physiologic jaundice) ปัสสาวะจะไม่เป็นสีน้ำตาล และอาการจะค่อยๆ หายไปเอง แต่ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นและรุนแรงเพิ่มขึ้น ก็ควรไปหาหมอ
3 วัน- เด็กอุจจาระจะเริ่มสีอ่อนขึ้น
- 3-4 วันแรก น้ำคาวปลาออกมาเป็นเลือดสด
4 - 5 วันถ้ายังอุจจาระเป็น meconium แสดงว่าเด็กอาจจะกินนมไม่พอ อุจจาระจาก นมแม่จะค่อนข้างเหลวจนถึงเป็นน้ำ สีเหลืองมัสตาร์ด และมักจะมีกลิ่นเล็กน้อย
10 - 21 วัน- เด็กอาจจะมีอาการตัวเหลืองจากการกินนมแม่ แต่อาการโดยทั่วไปยังปกติดี ปัสสาวะเป็นสีใส ขับถ่ายบ่อยและมีปริมาณมาก นน.ตัวเพิ่มขึ้นดี แสดงว่าได้รับนมแม่เพียงพอ ซึ่งในกรณีนี้ถือว่าเป็นอาการปกติและจะหายได้เอง
- 10-14 วัน น้ำคาวปลาเป็นน้ำปนเลือด สีน้ำตาลดำ แล้วจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นน้ำสีขาวออกเหลืองจนหมดใน 4 สัปดาห์
1 สัปดาห์- กินนม 8 - 12 ครั้ง/วัน ถ้าน้อยกว่านี้อาจจะทำให้นมแม่ไม่ถูกกระตุ้นและนมน้อยลง
- ฉี่ 6 - 8 ครั้ง ถ้าน้อยกว่านี้อาจจะแสดงว่ากินนมไม่พอ
- อุจจาระ 3 ครั้ง ถ้าน้อยกว่านี้อาจจะแสดงว่ากินนมไม่พอ
2-4 สัปดาห์อาการครรภ์เป็นพิษตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ เช่นความดันสูง มีไข่ขาวในปัสสาวะ บวม ควรจะหายไป
1 - 2 เดือน- จะเป็นช่วงที่ทารกปรับตัว การกิน การนอน การถ่าย อาจจะไม่เหมือนกันสักวันให้ลูกเป็นผู้กำหนดเองว่ามีความต้องการแค่ไหน อย่างไร
- หลังคลอด 1 เดือน สามารถบริหารหน้าท้องได้แล้ว
- หลังคลอด 4-6 สัปดาห์ มดลูกเข้าอู่ มดลูดหดตัวเท่าขนาดปกติและกลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิมภายใตอุ้มเชิงกราน
- หลังคลอด 6 สัปดาห์ นน.แม่ควรลดลงประมาณ 5-10 kg. หรือมี นน.มากกว่าก่อนตั้งครรภ์ 2-3 kg. และความดันเลือดกลับลงมาในระดับปกติ
เดือนที่ 2
- น่าจะเริ่ม stock น้ำนมให้ได้ 30-50 ถุง (ถุงละ 2-4 oz.) ก่อนกลับไปทำงาน (จริงๆ สามารถเริ่มปั๊มได้ตั้งแต่สัปดาห์แรก แต่ว่าที่บ้านเก็บในตู้แช่แข็ง ประตูเดียว จะเก็บได้แค่ 2 อาทิตย์)
- ถ้่าลูกดูดนมข้างเดียวเพียงพอ ก็ให้ปั๊มอีกข้าง 10 - 15 นาที ถ้าลูกกินเยอะสองข้างก็ให้ปั๊มต่ออีกข้างละ 3-5 นาที
- เด็กต้องการนมแม่เฉลี่ยวันละ 25 oz. (750 ml.)
สัปดาห์ที่ 6
ฮอร์โมนโปรแล็คตินจะค่อยๆ ลดระดับลงมาจนถึง 3 เดือน ทำให้น้ำนมที่เคยผลิตได้มากเกินลดลง ซึ่งเป็นอาการปกติที่ร่างการปรับระดับการผลิตน้ำนมให้เป็นไปตามความต้องการของเด็ก
เดือนที่ 3
- เริ่มให้ลูกเล่นขวดนม และเริ่มหัดให้ลูกกินนมจากขวดเพื่อเตรียมตัวกลับไปทำงาน (ถ้าโชคดีสามารถให้นมแม่มาได้ตลอด)
- 3 เดือนแรก นน.จะขึ้น 680-906 กรัม/เดือน
เดือนที่ 4 - 6
- ในกรณีที่มาทำงาน ให้ปั๊มทุก 3 ชม. เช่น 9.00, 12.00, 15.00 หรือ 10.00, 13.00, 16.00
- เด็กบางคนนอนมากขึ้นและกินนมน้อยลงตอนกลางวันหลังจากที่แม่กลับไป ทำงาน และหันไปดูดนมถี่ ๆ ช่วงกลางคืนแทน
- หัดให้กินนมจากแก้วได้
- นน. ขึ้น 113-142 กรัม/สัปดาห์
- 4 เดือนเด็กเริ่มหัดฝึกกล้ามเนื้อมือ กำมือคลายมือ แต่ยังควบคุมไม่ค่อยได้
- 5 เดือนเริ่มคว้าของต่างๆ
6 เดือน
- เิริ่มให้อาหารเสริม 1 ครั้ง/วัน จนครบ 3 มื้อตอน 1 ขวบ (จริงๆ สามารถให้กินได้ตั้งแต่ 4 เดือน ตามแต่ความสนใจของเด็ก)
- อาหารเสริมธาตุเหล็ก เช่น เนื้อสัตว์ ตับ ไข่แดง
- อาหารเสริมวิตามิน C และน้ำตาลในนมแม่ จะช่วยให้การดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น
- ถ้าให้อาหารเสริมตอน 6 เืดือน ไม่จำเป็นต้องปั่นอาหาร แค่ใช้ช้อนบดๆ ก็พอแล้ว (เมื่อก่อนพ่อแม่เราก็ไม่มีเครื่องบดอาหารนี่เน้อะ)
- ควรให้อาหารเสริมหลังนมแม่ประมาณครึ่ง ชม.
- หัดให้นั่งกินเป็นที่เป็นทางไปด้วย หรือให้เด็กตักกินเอง
- สามารถให้กินนมโฮโมจีไนส์ (พลาเจอไรซ์ หรือสเตอริไรซ์) ทั่วไป แทนนมเด็กได้คู่กับอาหารเสริม (เนื้อสัตว์ ตับ ไข่แดง ที่มีธาตุเหล็กมาก) แต่ควรให้ปริมาณน้อยก่อน แล้วคอยสังเกตุอาการแพ้นมวัวไปด้วย
- สำหรับปลา ให้กินปลาน้ำจืด หรือปลาทูได้ สำหรับปลาทะเลอาจจะกระตุ้นอาการแพ้อาหารทะเล
- น้ำผลไม้ไม่ใช่สิ่งจำเป็น แต่ให้ได้นิดหน่อยพร้อมมื้ออาหารเสริม
- เมื่อเด็กเคลื่อนไหวเองได้ อาจจะสนใจกินนมจากอกแม่น้อยลง แต่ก็ยังควรพยายามให้เด็กได้กินนมแม่ต่อไปเท่าที่ทำได้
- นน. ขึ้น 57-113 กรัม/สัปดาห์
- การมองของเด็กดีขึ้น สามารถเริ่มอ่านหนังสือภาพสีสดใส ตัวหนังสือใหญ่ชัดเจนให้ลูกฟังได้
8 - 10 เดือน- ถ้าเด็กชอบอาจจะให้อาหารเสริม (หลังมื้อนม) 2 ครั้ง/วัน
- เริ่มให้กินปลาทะเลได้ แต่ต้องคอยสังเกตุอาการแพ้อาหารทะเลด้่วย
- เด็กน่าจะต้องการนมแม่เฉลี่ยวัีนละ 30 oz. (875 ml.)
- หนังสือภาพที่เหมาะสมควรเป็นภาพเหมือนรูปสัตว์ ผัก ผลไ้ม้ รถ สิ่งของในชีวิตประจำวัน
10 - 12 เดือนเพิ่มอาหารเสริมเป็น 3 มื้อ
1.5 ปีเริ่มให้ดูทีวีได้ โดยควบคุมรายการที่ดู (ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ควรให้เด็กต่ำกว่า 2 ขวบดู)
2 ปี- เด็กเริ่มมีความชอบเป็นของตัวเอง ไม่ควรบังคับให้ดูหนังสือที่พ่อแม่ให้อ่าน
- เด็กมีประสาทสัมผัสทางหูที่ดี เด็กจะสนใจฟังเสียงและภาษาที่มีจังหวะ หนังสือกาพย์กลอนที่มีภาพประกอบสำหรับเด็ก
3 ปี- เด็กมีพัฒนาการทางภาษาที่รวดเร็ว สามารถติดตามและเข้าใจเรื่องเล่า่ง่ายๆ ได้ เด็กวัยนี้ชอบเรื่องซ้ำไปซ้ำมา เรื่องไหนที่ชอบจะให้อ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งๆ ที่จำเรื่องได้หมดทุกตัวอักษร
4 ปี- เป็นวัยสร้างพื้นฐานด้านจินตนาการ นิทานหรือเรื่องเล่าที่เป็นภาษาที่มองไม่เห็นด้วยตา แต่เมื่อเด็กฟังนิทาน ภาพของตัวละครจะปรากฎขึ้นให้เห็นในหัว ภาพในหนังสือภาพจะช่วยให้เด็กวาดภาพเหล่านั้นในสมองได้ง่ายขึ้น
5 ปีสามารถเล่านิทานหรือเรื่องเล่าที่ยาวขึ้น บางครั้งเด็กอยากให้อ่านนิทานเล่มเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกคืน
6 ปีสามารถอ่านนิทานเรื่องยาวให้ฟังเป็นตอนๆ ติดต่อกันทุกวัน เด็กจะรู้สึกสนุกและเฝ้ารอฟังตอนต่อไปในวันรุ่งขึ้น

- กระเพาะของเด็กแรกเกิด ที่มีน้ำหนักตัวเพียงแค่ 2-3 กก. มีขนาดเพียงแค่ลูกกอล์ฟ
- เครื่องปั๊มนมที่ดีจะต้องมีแรงดูด (Suction Strength) อย่างน้อย 200 มม.ปรอท จังหวะในการดูดอย่างน้อย 40-60 รอบต่อนาที
- อาหารเพิ่มน้ำนม :- กะเพรา, หัวปลี, ผักชีลาว, กุยช่าย, ฝักทอง, มะละกอทั้งสุกทั้งดิบ

ขอบคุณ breastfeedingthai สำหรับข้อมูลดีๆ ด้วยค่ะ

Reference:
การปฎิบัติตัวหลังคลอด
วิธีบีบน้ำนมด้วยมือ
อุปกรณ์ช่วยให้นม

ทีวีส่งผลอะไรบ้านต่อลูกคุณ

No comments:

Post a Comment