38 สัปดาห์ กับอีก 5 วัน: ผ่าคลอด

เล่าให้ฟังเรื่องการผ่าคลอดจ้า

ตอนแรกหมอก็จะให้งดน้ำและอาหารก่อน จำไม่ได้ว่ากี่ ชม. แต่เราผ่าตอน 9 โมง หมอให้งดตั้งแต่เที่ยงคืน ก็ไป รพ. ทั้งหิวๆ เนี้ยะแหละ พอไปถึง ก็ระทึก เพราะว่าไม่รู้อะไรเลย นางพยาบาลก็บอกให้เปลี่ยนเสื้อ แต่แทนที่จะใส่เสื้อปกติ ให้เราใส่เสื้อคนไข้แบบกลับด้าน คือให้ใส่ข้างหน้าไปอยู่ข้างหลัง เหมือนกับเปลือยหลังประมาณนั้น ก็ใส่ไปแบบงงๆ อายๆ แต่ก็รู้ในทันที เพราะว่าเค้าจะจับเราสวนทวาร โดยฉีดอะไรสักอย่างเข้าไปทางก้น ตอนเสียบหลอดเข้าไปก็จะบอกให้เราเบ่งเหมือนเบ่งถ่าย แต่มันไม่เคยนิหว่า กลายเป็นเกร็งก้นซะงั้น หลังจากยาถูกฉีดเข้าไปได้สักพัก เราก็จะรู้สึกปวดถ่าย เค้าก็ให้เราเดินไปห้องน้ำ เพื่อจะให้ถ่ายออกมาให้หมด นี่ก็เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก แล้วพอเดินกลับมาที่ห้อง เค้าก็มาเสียบสายปัสสาวะ กะน้ำเกลือ ให้อีก ทั้งตัวมีแต่สาย สำหรับคนที่ไ่ม่เคยต้องนอน รพ. มาก่อนอย่างเรา มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเลยอ่ะ รำคาญ ไม่สบายตัวอย่างแรง

หลังจากนั้นเค้าก็ให้เราย้ายเตียง ก็ต้องยกก้นที่ติดสายมากมายไปไว้อีกเตียงหนึ่ง เพื่อถูกเข็นไปเข้าห้อง ระหว่างนั้นนะ ก็จะมีการเอาผ้ามาให้เราห่มแทนเสื้อที่ใส่ ตอนนี้เปลือยสนิท หลังจากนั้นก็ถูกเข็น แล้วก็ย้ายเตียงอีกเพื่อเข้าห้องผ่าตัด และระหว่างที่นอนรอไร้เสื้อผ้านานเหมือนกัน ในห้องผ่าก็เย็นชมัด ไม่แน่ใจว่าเย็นคนเดียวหรือเปล่า อาจจะเพราะเปลือยด้วยมั้ง หลังจากรอน๊านนานจนอยากจะหลับไปเลย วิสัญญีแพทย์ก็จะเข้ามาบล็อกหลัง นางพยาบาลเค้าจะเข้ามาจับเรานอนตะแครง แล้วก็คู้หลังสุดๆ แล้วก็จะฉีดยาเข้าที่บริเวณกระดูกสันหลัง ตอนที่เข็มจิมเข้าไปเีนี้ยะ เจ็บจนสะดุ้ง แต่หมอก็จะบอกให้โกงหลังไว้ เพราะม่ะงั้นจะเจ็บกว่าเดิม

ก่อนจะเริ่มผ่าตัดเค้าก็จะจับเรากางแขนสองข้างรัดไว้กับเบาะที่ติดกับเตียงผ่าตัด เหมือนถูกจับติดกับไม้กางเขนแบบราบเลยอ่ะ แต่หลังจากนั้นก็ไม่รู้สึกอะไรอีกเลย ตั้งแต่หน้าอกลงไป หมอเอาแอลกอฮอล์มาลองแปะทดสอบดู คือเราก็ไ่ม่ค่อยรู้สึกอะไรแล้ว แถมตอนผ่าหมอยังถามอีกว่า เนี้ยะผ่าไปแล้วรู้สึกมั้ย ... เอ่อ มันประมาณว่าถ้าตัดขาเราออกไป เราก็คงไม่รู้อ่ะ ชาสนิท

ก่อนจะเริ่มผ่า หมอและนางพยาบาลจะมาขานชื่อเราเพื่อความถูกต้อง และหลังจากผ่าไม่นาน ก็ได้ยินเสียงเด็กร้อง พอหมอเด็กและพยายาลช่วยกันล้างตัวลูกเราเสร็จ ก็เอามาให้ดูหน้า เราไม่่ค่อยจะสนใจหน้าอ่ะ อยากรู้แค่ว่าเค้าปกติครบ 32 มั้ย รู้แค่นั้น เราก็พอใจแล้ว หน้าไง ก็ลูกเราอยู่ดี

สรุปการผ่าคลอดครั้งนี้ใช้หมออย่างน้อย 3 คน หมอสูติ เป็นคนผ่า วิสัญญีแพทย์ เป็นคนบล๊อกหลัง แล้วก็หมอเด็กมาดูแลลูกเราทั้งทีหลังจากเด็กออกจากท้องได้

38 สัปดาห์ กับอีก 4 วัน: ผ่าคลอดเนื่องจากรกเกาะต่ำ

พรุ่งนี้ผ่าแล้วจ้า update หน่อยก่อน
เอวล่าสุดวันนี้ 40.5 นิ้ว
นน. ชั่งเมื่อเสาร์ที่แล้ว 65 กิโล (ก่อนตั้งครรภ์ 52 กิโล)

จากการอุตตร้าซาว์ดล่าสุด ผลว่าน้องบุ๋น (ในที่สุดก็ได้ชื่อ) ประมาณ 2.9 กิโล แต่หมอบอกว่าอาจจะไม่ถึง พรุ่งนี้เดี๋ยวรู้แล้ว

การผันวรรณยุกต์ภาษาไทย

อาจจะไม่เกี่ยวกะ แม่และเด็กเท่าไร แต่อยากเก็บสรุปไว้ใช้สอนลูก สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านอันเต็ม แนะนำให้ไปอ่านกระทู้ของคุณ big black eyes ในพันทิพ ตาม link ด้านล่างก่อน จะได้รู้ได้ลึกซึ้งและเข้าใจมากกว่า

สำหรับคำเป็น
เสียงสามัญเสียงเอกเสียงโทเสียงตรีเสียงจัตวา
อักษรกลางกาก่าก้าก๊าก๋า
อักษรสูงข่าข้าขา
อักษรต่ำคาค่าค้า

จะเห็นว่า อักษรกลางเป็นกลุ่มที่สามารถผันเสียงได้ครบทุกเสียงและตรงรูปตรงเสียง

สำหรับคำตาย
เสียงสามัญเสียงเอกเสียงโทเสียงตรีเสียงจัตวา
อักษรกลางกัด/กาดกั้ด/ก้าดกั๊ด/ก๊าด
อักษรสูงขัด/ขาดขั้ด/ข้าด
อักษรต่ำเสียงสั้นคั่ดคัด
อักษรต่ำเสียงยาวคาดค้าด

จริงๆ แล้วคำตายเป็นคำที่ผันเสียงไม่ได้ ดังนั้นจะมีแต่รูปสามัญเท่านั้น สำหรับคำตายที่ใส่วรรณยุกต์จะเป็นคำที่มีลักษณะ เป็นคำยืมจากต่างประเทศ หรือคำที่ไม่มีความหมาย เอาไว้เขียนเพื่อเลียนเสียง เช่น เด๊ะ, เป๊ะ, ค่ะ, ปุ๊ก, บึ้ก หรือเอาไว้สอนการผสมคำสำหรับเด็ก

และไม่ว่าคำเป็นหรือคำตาย อักษรสูง และต่ำ จะไม่มีการใส่วรรณยุกต์ ตรีและจัตวา เนื่องจากมีเสียงเป็น ตรีและจัตวาได้โดยไม่ต้องใส่รูปวรรณยุกต์ ส่วนอักษรกลางเอง คำที่ใส่วรรณยุกต์ตรีและจัตวา มักจะไม่ใช่คำไทย แต่เป็นคำยืมจากภาษาจีน หรือภาษาต่างประเทศ

สำหรับวิธีจำอักษรแต่ละกลุ่ม
อักษรกลาง - ไก่จิกเด็กตายบนปากโอ่ง
อักษรสูง - ผีฝากถุงข้าวสารให้ฉัน

สัปดาห์ที่ 30 - สัมมนาอาบน้ำเด็ก

ไปงานสัมมนาเมื่อวันอาทิตย์นี้มาค่ะ มีสอนอาบน้ำเด็กด้วย แต่ว่าไม่ได้ให้อาบจริงๆ นะ มีตุ๊กตามาให้เล่นไปก่อน ไ่ม่เคยรู้ว่าเด็กตัวเล็กๆ นี่ขั้นตอนเยอะเหมือนกัน

อุปกรณ์อาบน้ำเด็ก
  1. ผ้าขนหนูผืนใหญ่ไว้ห่อตัวเด็กระหว่างอาบน้ำ
  2. ผ้าขนหนูผืนใหญ่ไว้เช็ดตัวเด็ก
  3. ผ้าขนหนูผืนเล็ก หรือฟองน้ำไว้ถูตัว
  4. ผ้ายางกันน้ำ
  5. แชมพู (อาจจะใช้เป็นแบบ 2-in-1 ก็ได้แล้วแต่ชอบ)
  6. สบู่
  7. กะละมัง
  8. สำลีก้อน
  9. cutton bud
  10. baby wipe
  11. alchohol
  12. ผ้าอ้อม ใช้ขนาดใหญ่ 24*24 cm หรือ 24*27 cm เลยก็ได้ค่ะ เผื่อโต
  13. เสื้อผ้า
การเริ่มกันเลย
  1. เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างไว้ให้พร้อม เพราะว่าจะมั่วลืมโน้นลืมนี่ไม่ได้เลย รวมทั้งผ้าอ้อมก็ต้องพับรอไว้เลย
  2. เตรียมน้ำอุ่น อุ่นไปทางเย็นได้ แต่อย่าร้อนจัด
  3. เตรียมตัวน้อง แก้ผ้าน้อง แต่ไม่ต้องถอดผ้าอ้อม แล้วเอาผ้าขนหนูพันตัว(1)โดยเก็บแขนแนบลำตัวทั้งสองข้าง เหลือเฉพาะส่วนศีรษะ โดยให้ไหล่พ้นออกมานิดนึง
  4. เริ่มที่หน้า นำฟองน้ำ หรือผ้าขนหนูผืนเล็ก(3) ชุบน้ำบีบพอหมาด เช็ดหน้าน้อง โดยเน้นที่รอบปาก และคอ ซึ่งเป็นส่วนที่น่าจะสกปรกจากการกินนม
  5. เตรียมสระผม ในรายที่หนังศีรษะเป็นสะเก็ดดำ ๆ ให้ทาด้วยน้ำมันมะกอกทิ้งไว้ก่อน 30 นาที แล้ว
    จึงสระออก ก่อนสระผมให้อุ้มเด็กมาหนีบไว้ข้างที่ไม่ถนัดเพื่อจะให้เหลือมือข้างที่ถนัดในการสระผม แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วนางของมือข้างซ้าย กดใบหูให้ทับรูป้องกันน้ำเข้าหู อาจจะใช้สำลีอุดไว้ก็ได้ในรายที่นิ้วสั้นไม่สามารถกดใบหูปิดได้
  6. เริ่มสระผม จากนั้นชุบน้ำเช็ดที่ผม บีบแชมพู(4)ละลายน้ำให้พอมีฟอง ถูหัวน้อง คลึงตามหนังศรีษะเบา
  7. จากนั้นค่อยชุบน้ำเพื่อล้างฟองออก 2-3 ครั้ง จนฟองหมด
  8. เช็ดหน้าตาและหัวให้แห้งก่อน เอาผ้าขนหนูแห้ง(2)เช็ดหน้าตาและหัวให้แห้ง
  9. ทำความสะอาดคร่าวๆ ก่อน วางเด็กไว้บนผ้ายาง(4) จากนั้นปลดผ้าขนหนูที่พันตัวไว้ และผ้าอ้อมออก ทำความสะอาดก้น (อาจใช้ baby wipe(10)) และอวัยวะเพศ สำหรับเด็กชายต้องเช็ดใต้ถุงอัณฑะ และรูดหนังหุ้มเพื่อทำความสะอาดด้วย สำหรับเด็กหญิงให้เช็คลงไปทางก้นเท่านั้น ห้ามเช็คขึ้น เพราะแบคทีเรีคจากบริเวณก้นอาจจะทำให้อวัยวะเพศอักเสบได้ ควรใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดตรงกลาง และใช้นิ้วมือแหวกแคมทั้งสองข้างออกแล้วเช็ดให้สะอาด
  10. จากนั้นเอาฟองน้ำ หรือผ้า(3)ชุบน้ำหมาดๆ เช็คตามตัวและแขน เน้นบริเวณข้อพับ
  11. ลงสบู่ บีบสบู่(6)ละลายน้ำให้พอมีฟอง ถูทั่วตัว
  12. ล้างตัว จากนั้นก็เอาฟองน้ำ หรือผ้า(3)ชุบน้ำเช็ดตามตัวจนฟองหมด เพื่อกันลื่น
  13. อุ้มลงน้ำเพื่อล้างฟองออก (จะเห็นว่าก่อนหน้านี้เด็กจะยังไม่ได้ลงน้ำเลย) ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
  14. เช็ดตัว อุ้มขึ้นวางบนผ้าขนหนูแห้ง(2) และเช็ดตัวจนแห้งสนิท (ไม่ต้องใช้แป้ง เพราะว่าจมูกเด็กทารกจะยังไม่มีขนจมูก แป้งจะทำให้แพ้ได้)
  15. เช็ดสะดือ เอา cutton bud(9) ชุบ alcohol(11) เช็ดจากโคนสะดือขึ้นไปหาส่วนปลาย โดยจับปลายสะดือดึงขึ้นเล็กน้อย ให้เห็นส่วนโคนสะดือได้ชัด เพื่อสะดวกในการทำความสะอาด ไม่ต้องกลัวว่าเด็กจะเจ็บหรือปวดท้องเวลาเช็ดสะดือเด็ก เพราะว่าบริเวณนี้ไม่มีเส้นประสาทมาเลี้ยง เด็กจึงไม่เจ็บ แต่เด็กอาจจะร้องบ้าง เนื่องจากแอลกอฮอล์เย็นทำให้เด็กสะดุ้งตกใจร้องได้ เช็ดเสร็จแล้วปล่อยให้แห้ง บางครั้งจะสังเกตเห็นมีเลือดซึม ๆ ปนกับน้ำเหลือง ในระยะที่สะดือใกล้จะหลุดได้ ส่วนมากสะดือจะหลุดภายในเวลา 7-14 วัน (โดยประมาณ) ทุกครั้งที่เช็ดสะดือควรสังเกตดูรอบ ๆ สะดือว่ามีอาการบวมแดงหรือไม่ ถ้าแดงมาก แสดงว่าอักเสบ อาจจะเกิดการติดเชื้อเข้าทางสะดือได้ ควรนำเด็กไปพบหมอ ส่วนมากถ้าติดเชื้อ เด็กมักจะมีไข้ร่วมด้วย
  16. ใส่เสื้อ ใส่ผ้าอ้อม(12)และเสื้อผ้า(13)ให้เรียบร้อย
  17. ทำความสะอาดตา วางน้องลงที่นอน นำสำลีก้อน(8)ชุบน้ำ บีบพอหมาดเช็ดตั้งแต่หัวตาไปหางตา รูดไปหนเดียวพอ ไม่ต้องถู
  18. ทำความสะอาดหู จับให้หน้าน้องหันข้าง นำ cutton bud(9) เช็ดใบหู (แค่ใบหูนะคะ่ ไม่ต้องเช็ดด้านใน) และทำซ้ำกับอีกข้าง
  19. ทำความสะอาดจมูก นำ cutton bud(9) ชุบน้ำเช็ดจมูก โดยแค่หมุนแค่ปีกจมูกไม่ต้องคว้านไปลึกมาก
ข้อควรระวัง สำหรับคนที่จะอาบน้ำให้เด็กควรจะล้างมือให้สะอาดและควรจะตัดเล็กให้สั้นเพื่อไม่ให้มีเชื้อโรคหรือข่วนเด็กได้

Reference:

สัปดาห์ที่ 30 - ตะคริวตอนนอนครั้งแรก

ก่อนหน้านี้เคยได้ยินหลายคน และหมอเองก็ุถามว่าเป็นบ้างหรือเปล่า แต่ก็ไม่เคยเกิดอาการตะคริวเลย แต่เมื่อคืนี้เองที่อยู่ๆ ก็เป็นตะตริวขึ้นมาที่ข้อเท้า แรกๆ ก็แค่ตึงๆ พยายามจะขยับให้คลาย แต่กลายเป็นอาการหนักขึ้นจนโอ้ดโอยดังจนคนนอกข้างๆ ตื่นขึ้นมา พยายามจะช่วยอยู่เหมือนกัน แต่ดูเหมือนจะยิ่งไปกันใหญ่ คราวนี้ถึงกะน้ำตาร่วง แต่ก็เคยได้ยินมาว่าให้ลุกขึ้นยืน ก็เลยถูกประคองให้ลุกขึ้นยืนอยู่ได้พักเดียว อาการก็ดีขึ้น หลังจากอาการดีขึ้นก็เดินไปเดินมาัสักพัก ทุกอย่างก็ดีจะเ้ข้าทีปกติ

ซึ่งหลังจากได้หาข้อมูลมาก็พบว่าถ้าเป็นตะคริวที่ขาตอนนอนวิธีแก้ที่ดีที่สุดก็คือลุกขึ้นยืนเฉยๆ สักพัก แต่ควรจะต้องทำทันที เพราะถ้าพยายามจะนวด หรือยืดกล้ามเนื้อก็จะยิ่งทำให้อาการหนักขึ้น คราวนี้ละจะลุกก็ลำบากแล้ว อย่างที่ตัวเองประสบมาก็ต้องให้คนอื่นช่วยประคองให้ ไม่อย่างนั้นคงลุกเองได้ยาก เพราะว่าตอนลุกจะเจ็บมาก สาเหตุที่เป็นตะคริวก็มาจากหลายสาเหตุ เช่นขาดเกลือแร่ หรืออย่างที่ตัวเองเป็นคิดว่าคงเป็นอาการขาดน้ำ เพราะว่าตอนนั้นรู้สึกหิวน้ำเอามากๆ และตอนเช้าก็ยังมีอาการปากแห้งเห็นได้ชัด

สุดท้ายก็ขออัพเดต ตอนนี้น้ำหนัก 61 กิโลแล้ว จาก 52 ขึ้นมา 9 โลแล้ว ท้องใหญ๋ขึ้นจนเห็นได้ชัดแล้วด้วยตอนกลางคืนจะลุกขึ้นเข้าห้องน้ำ 2-3 ครั้งแน่ะ ตอนนี้เรียกว่าละเมอเข้าห้องน้ำไปแล้ว

สัปดาห์ที่ 28: แผนการเลี้ยงลูกของแม่มือใหม่

อันนี้เป็นข้อมูลที่ส่วนใหญ่รวบรวมมาจาก web breastfeedingthai แม้จะรู้ว่าเด็กไม่ใช่หุ่นยนต์ และคนเป็นพ่อแม่ไม่สามารถตั้งโปรแกรมได้ อะไรๆ ควรจะยืดหยุ่นตามสภาพของเด็กแต่ละคน แต่ก็อย่างที่บอกเป็นแม่มือใหม่ค่ะ ก็กลัวๆ เกรงๆ ไปหลายๆ อย่าง พยายามจะหาข้อมูลให้ได้มากที่สุด เผื่ออย่างน้อย เราก็มีอะไรไว้พออุ่นใจบ้าง อ่ะนะ

ตั้งครรภ์ 16 - 22 สัปดาห์Lactogensis I
1 - 2 วันอุจจาระเป็น meconium
30 - 40 ชม.Lactogenesis II - ฮอร์โมนเป็นตัวกำหนดให้มีการสร้างน้ำนม ไม่ว่าลูกจะดูดหรือไม่ ร่างการก็จะผลิตน้ำมันให้เอง
2 - 3 วัน- หลังจากช่วงนี้ไป เรียก Lactogenesis III ซึ่งน้ำนมจะต้องถูกนำออกจากร่างการสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นให้มีการผลิต อาจใช้วิธีบีบน้ำนมออก หรือเครื่องปั๊มนมช่วยกระตุ้น โดยปรับแรงดูดให้เบาสุดเนื่องจากร่างกายยังอ่อนเพลียจากการคลอด อาจทำให้แม่รู้สึกเจ็บ ปั๊มครั้งละ 10 - 15 นาที ทุกๆ 2 ชม.
- เด็กอาจจะมีอาการตัวเหลือง โดยอาจจะเป็นมากสุดวันที่ 3 หรือ 4 แต่ถ้าเป็นอาการตัวเหลืองแบบปกติ (physiologic jaundice) ปัสสาวะจะไม่เป็นสีน้ำตาล และอาการจะค่อยๆ หายไปเอง แต่ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นและรุนแรงเพิ่มขึ้น ก็ควรไปหาหมอ
3 วัน- เด็กอุจจาระจะเริ่มสีอ่อนขึ้น
- 3-4 วันแรก น้ำคาวปลาออกมาเป็นเลือดสด
4 - 5 วันถ้ายังอุจจาระเป็น meconium แสดงว่าเด็กอาจจะกินนมไม่พอ อุจจาระจาก นมแม่จะค่อนข้างเหลวจนถึงเป็นน้ำ สีเหลืองมัสตาร์ด และมักจะมีกลิ่นเล็กน้อย
10 - 21 วัน- เด็กอาจจะมีอาการตัวเหลืองจากการกินนมแม่ แต่อาการโดยทั่วไปยังปกติดี ปัสสาวะเป็นสีใส ขับถ่ายบ่อยและมีปริมาณมาก นน.ตัวเพิ่มขึ้นดี แสดงว่าได้รับนมแม่เพียงพอ ซึ่งในกรณีนี้ถือว่าเป็นอาการปกติและจะหายได้เอง
- 10-14 วัน น้ำคาวปลาเป็นน้ำปนเลือด สีน้ำตาลดำ แล้วจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นน้ำสีขาวออกเหลืองจนหมดใน 4 สัปดาห์
1 สัปดาห์- กินนม 8 - 12 ครั้ง/วัน ถ้าน้อยกว่านี้อาจจะทำให้นมแม่ไม่ถูกกระตุ้นและนมน้อยลง
- ฉี่ 6 - 8 ครั้ง ถ้าน้อยกว่านี้อาจจะแสดงว่ากินนมไม่พอ
- อุจจาระ 3 ครั้ง ถ้าน้อยกว่านี้อาจจะแสดงว่ากินนมไม่พอ
2-4 สัปดาห์อาการครรภ์เป็นพิษตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ เช่นความดันสูง มีไข่ขาวในปัสสาวะ บวม ควรจะหายไป
1 - 2 เดือน- จะเป็นช่วงที่ทารกปรับตัว การกิน การนอน การถ่าย อาจจะไม่เหมือนกันสักวันให้ลูกเป็นผู้กำหนดเองว่ามีความต้องการแค่ไหน อย่างไร
- หลังคลอด 1 เดือน สามารถบริหารหน้าท้องได้แล้ว
- หลังคลอด 4-6 สัปดาห์ มดลูกเข้าอู่ มดลูดหดตัวเท่าขนาดปกติและกลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิมภายใตอุ้มเชิงกราน
- หลังคลอด 6 สัปดาห์ นน.แม่ควรลดลงประมาณ 5-10 kg. หรือมี นน.มากกว่าก่อนตั้งครรภ์ 2-3 kg. และความดันเลือดกลับลงมาในระดับปกติ
เดือนที่ 2
- น่าจะเริ่ม stock น้ำนมให้ได้ 30-50 ถุง (ถุงละ 2-4 oz.) ก่อนกลับไปทำงาน (จริงๆ สามารถเริ่มปั๊มได้ตั้งแต่สัปดาห์แรก แต่ว่าที่บ้านเก็บในตู้แช่แข็ง ประตูเดียว จะเก็บได้แค่ 2 อาทิตย์)
- ถ้่าลูกดูดนมข้างเดียวเพียงพอ ก็ให้ปั๊มอีกข้าง 10 - 15 นาที ถ้าลูกกินเยอะสองข้างก็ให้ปั๊มต่ออีกข้างละ 3-5 นาที
- เด็กต้องการนมแม่เฉลี่ยวันละ 25 oz. (750 ml.)
สัปดาห์ที่ 6
ฮอร์โมนโปรแล็คตินจะค่อยๆ ลดระดับลงมาจนถึง 3 เดือน ทำให้น้ำนมที่เคยผลิตได้มากเกินลดลง ซึ่งเป็นอาการปกติที่ร่างการปรับระดับการผลิตน้ำนมให้เป็นไปตามความต้องการของเด็ก
เดือนที่ 3
- เริ่มให้ลูกเล่นขวดนม และเริ่มหัดให้ลูกกินนมจากขวดเพื่อเตรียมตัวกลับไปทำงาน (ถ้าโชคดีสามารถให้นมแม่มาได้ตลอด)
- 3 เดือนแรก นน.จะขึ้น 680-906 กรัม/เดือน
เดือนที่ 4 - 6
- ในกรณีที่มาทำงาน ให้ปั๊มทุก 3 ชม. เช่น 9.00, 12.00, 15.00 หรือ 10.00, 13.00, 16.00
- เด็กบางคนนอนมากขึ้นและกินนมน้อยลงตอนกลางวันหลังจากที่แม่กลับไป ทำงาน และหันไปดูดนมถี่ ๆ ช่วงกลางคืนแทน
- หัดให้กินนมจากแก้วได้
- นน. ขึ้น 113-142 กรัม/สัปดาห์
- 4 เดือนเด็กเริ่มหัดฝึกกล้ามเนื้อมือ กำมือคลายมือ แต่ยังควบคุมไม่ค่อยได้
- 5 เดือนเริ่มคว้าของต่างๆ
6 เดือน
- เิริ่มให้อาหารเสริม 1 ครั้ง/วัน จนครบ 3 มื้อตอน 1 ขวบ (จริงๆ สามารถให้กินได้ตั้งแต่ 4 เดือน ตามแต่ความสนใจของเด็ก)
- อาหารเสริมธาตุเหล็ก เช่น เนื้อสัตว์ ตับ ไข่แดง
- อาหารเสริมวิตามิน C และน้ำตาลในนมแม่ จะช่วยให้การดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น
- ถ้าให้อาหารเสริมตอน 6 เืดือน ไม่จำเป็นต้องปั่นอาหาร แค่ใช้ช้อนบดๆ ก็พอแล้ว (เมื่อก่อนพ่อแม่เราก็ไม่มีเครื่องบดอาหารนี่เน้อะ)
- ควรให้อาหารเสริมหลังนมแม่ประมาณครึ่ง ชม.
- หัดให้นั่งกินเป็นที่เป็นทางไปด้วย หรือให้เด็กตักกินเอง
- สามารถให้กินนมโฮโมจีไนส์ (พลาเจอไรซ์ หรือสเตอริไรซ์) ทั่วไป แทนนมเด็กได้คู่กับอาหารเสริม (เนื้อสัตว์ ตับ ไข่แดง ที่มีธาตุเหล็กมาก) แต่ควรให้ปริมาณน้อยก่อน แล้วคอยสังเกตุอาการแพ้นมวัวไปด้วย
- สำหรับปลา ให้กินปลาน้ำจืด หรือปลาทูได้ สำหรับปลาทะเลอาจจะกระตุ้นอาการแพ้อาหารทะเล
- น้ำผลไม้ไม่ใช่สิ่งจำเป็น แต่ให้ได้นิดหน่อยพร้อมมื้ออาหารเสริม
- เมื่อเด็กเคลื่อนไหวเองได้ อาจจะสนใจกินนมจากอกแม่น้อยลง แต่ก็ยังควรพยายามให้เด็กได้กินนมแม่ต่อไปเท่าที่ทำได้
- นน. ขึ้น 57-113 กรัม/สัปดาห์
- การมองของเด็กดีขึ้น สามารถเริ่มอ่านหนังสือภาพสีสดใส ตัวหนังสือใหญ่ชัดเจนให้ลูกฟังได้
8 - 10 เดือน- ถ้าเด็กชอบอาจจะให้อาหารเสริม (หลังมื้อนม) 2 ครั้ง/วัน
- เริ่มให้กินปลาทะเลได้ แต่ต้องคอยสังเกตุอาการแพ้อาหารทะเลด้่วย
- เด็กน่าจะต้องการนมแม่เฉลี่ยวัีนละ 30 oz. (875 ml.)
- หนังสือภาพที่เหมาะสมควรเป็นภาพเหมือนรูปสัตว์ ผัก ผลไ้ม้ รถ สิ่งของในชีวิตประจำวัน
10 - 12 เดือนเพิ่มอาหารเสริมเป็น 3 มื้อ
1.5 ปีเริ่มให้ดูทีวีได้ โดยควบคุมรายการที่ดู (ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ควรให้เด็กต่ำกว่า 2 ขวบดู)
2 ปี- เด็กเริ่มมีความชอบเป็นของตัวเอง ไม่ควรบังคับให้ดูหนังสือที่พ่อแม่ให้อ่าน
- เด็กมีประสาทสัมผัสทางหูที่ดี เด็กจะสนใจฟังเสียงและภาษาที่มีจังหวะ หนังสือกาพย์กลอนที่มีภาพประกอบสำหรับเด็ก
3 ปี- เด็กมีพัฒนาการทางภาษาที่รวดเร็ว สามารถติดตามและเข้าใจเรื่องเล่า่ง่ายๆ ได้ เด็กวัยนี้ชอบเรื่องซ้ำไปซ้ำมา เรื่องไหนที่ชอบจะให้อ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งๆ ที่จำเรื่องได้หมดทุกตัวอักษร
4 ปี- เป็นวัยสร้างพื้นฐานด้านจินตนาการ นิทานหรือเรื่องเล่าที่เป็นภาษาที่มองไม่เห็นด้วยตา แต่เมื่อเด็กฟังนิทาน ภาพของตัวละครจะปรากฎขึ้นให้เห็นในหัว ภาพในหนังสือภาพจะช่วยให้เด็กวาดภาพเหล่านั้นในสมองได้ง่ายขึ้น
5 ปีสามารถเล่านิทานหรือเรื่องเล่าที่ยาวขึ้น บางครั้งเด็กอยากให้อ่านนิทานเล่มเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกคืน
6 ปีสามารถอ่านนิทานเรื่องยาวให้ฟังเป็นตอนๆ ติดต่อกันทุกวัน เด็กจะรู้สึกสนุกและเฝ้ารอฟังตอนต่อไปในวันรุ่งขึ้น

- กระเพาะของเด็กแรกเกิด ที่มีน้ำหนักตัวเพียงแค่ 2-3 กก. มีขนาดเพียงแค่ลูกกอล์ฟ
- เครื่องปั๊มนมที่ดีจะต้องมีแรงดูด (Suction Strength) อย่างน้อย 200 มม.ปรอท จังหวะในการดูดอย่างน้อย 40-60 รอบต่อนาที
- อาหารเพิ่มน้ำนม :- กะเพรา, หัวปลี, ผักชีลาว, กุยช่าย, ฝักทอง, มะละกอทั้งสุกทั้งดิบ

ขอบคุณ breastfeedingthai สำหรับข้อมูลดีๆ ด้วยค่ะ

Reference:
การปฎิบัติตัวหลังคลอด
วิธีบีบน้ำนมด้วยมือ
อุปกรณ์ช่วยให้นม

ทีวีส่งผลอะไรบ้านต่อลูกคุณ

ข้าวหน้าไก่

เครื่องปรุงหมักไก่
  1. ไก่หั่นเป็นชิ้น 4 ขีด
  2. ซี้อิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  3. ซี้อิ้วดำหวาน 1/2 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  5. เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  7. น้ำมันงา 1 ช้อนชา
  8. แป้งมัน 1 ช้อนชา
เครื่องปรุง
  1. หอมใหญ่
  2. กระเทียม
  3. ขิง
  4. รากผัดชี
  5. ต้นหอม
  6. เห็ดหอม
  7. แป้งมัน
  8. แป้งท้าว
  9. ซี้อิ้วขาว
  10. ซอสปรุงรส
  11. น้ำมันหอย
  12. น้ำตาลทราย


วิธีทำ
  1. หมักไก่ กับซี้อิ้วขาว, ซี้อิ้วดำ, น้ำมันหอย, น้ำตาลทราย, น้ำมันงา, เหล้าจีน, แป้งมัน ทิ้งไว้ 30 นาที
  2. ตั้งกระทะ ไฟปานกลาง ผัดหอมใหญ่สับ จนเกือบสุก และใส่กระเทียม, ขิงแก่หั่นแว่น, รากผัดชี ลงไปผัดพอหอม
  3. ใส่ไ่ก่ลงไปในผัด พอใกล้สุก ใส่เห็ดหอมหั่นเป็นชิ้นยาวๆ
  4. เติมน้ำซุป หรือน้ำแช่เห็ดหอมถ้าไม่มี ลงไปพอท่วมไก่
  5. ปรุงรสด้วย ซี้อิ้วขาว ซอสปรุงรส น้ำมันหอย น้ำตาลทราย ปรุงให้รสเข้มกว่าที่ควรนิดหน่อย เผื่อตอนใส่แป้ง
  6. ละลายแป้งมัน และแป้งท้าว อัตราส่วน 3:2 ใส่ลงในกระทะ ค่อยๆ คนอย่าให้แป้งเป็นก้อน
  7. พอน้ำมันข้นได้ที ปิดไฟ ใส่ต้นหอมหั่นท่อนลงไป เป็นอันเสร็จ


Reference:
พันทิพ: ข้าวหน้าไก่ห้าแยก
สูตรข้าวหน้าไก่

24 สัปดาห์ กับรกเกาะต่ำ

รู้ตัวมาตั้งแต่ตอนอุตราซาวด์เมื่อสัปดาห์ที่ 18 (ตอนเจาะน้ำคร่ำ) ว่ามีภาวะรกเกาะต่ำค่ะ แต่ก็ยังทำตัวปกติทำงานปกติ เสาร์ อาทิตย์ก็ยังทำงานบ้าน จ่ายตลาด เดินถือผลไม้ทีละ 4 กิโลเดินเข้าบ้าน 500 เมตร ล้างห้องน้ำ ยืนทำกับข้าวทั้งวัน แต่ก็ยังไม่เป็นไรนะค่ะ

แต่เมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เอง ตอนที่ทำความสะอาดหลังถ่ายหนัก ก็เห็นเลือกซึมๆ ซึมจริงๆ นะ เพราะว่า แค่ติดกระดาษทิชชู่ออกมาเท่านั้นเอง แล้วสักพักก็หายไป ทั้งๆ ที่ช่วงนี้แม่ก็มาอยู่ด้วย งานบ้านอะไรก็ไม่ได้ทำเลย คุณสามีกะคุณแม่ช่วยกันทำหมด คุณสามีก็กังวลใหญ่ว่าจะเป็นอะไรหรือเปล่า แต่ก็เคยอ่านเหมือนกันว่าภาวะรกเกาะต่ำมีโอกาสมีเลือดออก แล้วหลังจากนั้นก็ยังไม่มีอาการอะไรอีกเลย ลูกก็ดิ้นปกติดีค่ะ ก็เลยปล่อยไป

เมื่อวานนี้เองมันก็มีอาการแบบเดิมอีกแล้ว ตอนที่ถ่ายหนักเหมือนเดิม แต่คราวนี้ซึมเยอะหน่อย แต่ก็ยังแค่ซึมๆ อยู่ดี ซับทิชชู่สักพักก็หายไป แต่ก็ไม่อยากวางใจ เลยไปหาหมอดีกว่า เล่าให้คุณหมอฟังค่ะ ว่ามีภาวะรกเกาะต่ำอยู่ คุณหมอก็บอกว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไ้ด้สำหรับคนตั้งครรภ์ที่มีภาวะรกเกาะต่ำที่จะมีเลือดออกบ้าง ถ้าเลือดไม่ได้ออกมากจนเกินไป ก็ไ่ม่เป็นไร ถ้าออกมากก็คงต้องมานอนพักที่ รพ. แค่นั้น เพราะช่วงก่อน 28 สัปดาห์ หมอทำอะไรไม่ได้ค่ะ ถ้าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด หรือเรียกได้ว่าถ้าเด็กออกมาตอนนี้ก็โอกาสรอดต่ำ (เรียกว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ต้องแท้งอย่างเดียว ยาอะไรช่วยไม่ได้ทั้งนั้น) แถมยังโจ๊กอีกว่า มีเลือกออก ดีกว่าคนรกเกาะต่ำที่ไม่มีเลือดออก เพราะว่าแสดงว่ารกเกาะแน่นเกินไป ตอนที่ทำคลอดจะต้องผ่าหน้าท้องเพื่อเอารกออกมา เพราะรกอาจจะไม่หลุดออกมาเอง (ไม่รู้ว่าควรดีใจหรือเสียใจดี "-___-) กลับมาบ้านแม่ตกใจใหญ่เลย ไม่ให้ทำอะไรเลยสักอย่าง (สงสัยความนี้คงได้เป็นง่อยแน่ตรู)

ตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนาให้นู๋น้อยของแม่อยู่กะแม่ไปก่อน ไว้ให้ถึงเวลาแล้วค่อยออกมาข้างนอก ตอนนี้ก็คงพยายามพักให้มาก ไม่ออกแรงทำอะไร ไม่ถือของหนัก ให้รกของนู๋น้อยยังอยู่ดีต่อไปจนเวลาอันควร

สุดท้ายก็ update กันเล็กน้อย ตอนนี้เอว 35 นิ้วแล้วจากตอนแรก 26 นิ้ว และ นน. ก็เป็น 59.3 กิโล จาก 52 กิโลแล้วจ้า ท่าทางจะหนักไปแล้วนะเนี้ยะ เฮ้อออ คงต้องหยุดกินลงบ้างแล้ว

เมอแรงต์ (Meringue)

ส่วนผสม
  1. ไข่ขาวเบอร์สาม 3 ฟอง
  2. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย (แบบไม่หวาน)
  3. เกลือนิดหน่อย
  4. วนิลา 1/2 ช้อนชา
  5. ถั่วอัลมอนด์ซีกอบ (หรืออื่นๆ แล้วแต่ชอบ) 115 กรัม
  6. แป้งข้าวโพด 1 1/2 ช้อนชา (ร่อนเตรียมไว้เพื่อให้แป้งไม่เกาะกัน)
วิธีทำ
  1. ตีไข่ขาวด้วยความเร็วสูงจนตั้งยอด (ในขั้นตอนนี้ห้ามมีอะไรลงไปผสมเลย เพราะจะทำให้ไข่ไม่ฟู)
  2. ค่อยๆ ตะลอมเกลือ น้ำตาลทราย และกลิ่นวนิลา ลงไปผสมทีละน้อยจนหมด
  3. ร่อนแป้งข้าวโพดลงไปผสม
  4. ค่อยๆ ตะลอมถั่วอัลมอนด์ลงไป คนได้เบาๆ หรือใช้วิธีโรยหน้าแทนก็ได้
  5. ใส่ที่บีบหัวกลม หรือตักด้วยช้อนโต๊ะ อันละ 1 ช้อน ลงบนกระดาษไข
  6. ใส่เข้าอบที่ 120 องศาเซลเซียส ประมาณ 1.30 - 2 ชม.
ข้อควรระวัง
ตอนแยกไข่แดง-ไข่ขาวออกจากกันนั้นเราต้องระวังมากหน่อย คืออย่าให้ไข่แดงแตกลงในไข่ขาวอย่างเด็ดขาด นิดเดียวก็ไม่ได้นะคะ น้ำหรือน้ำมันก็อย่าได้หยดลงไป ถ้วยชามที่ใส่ก็ต้องแน่ใจว่าสะอาดและแห้งจริงๆ สิ่งต่างๆ เหล่านี้มีส่วนทำให้ตีไข่ขาวไม่ขึ้นค่ะ

Reference:

จากรู้ตัว - 22 สัปดาห์ เริ่มปวดก้น และเจ็บลิ้นปี่ตอนนอน

ตั้งแต่ที่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ ก็เคยคิดว่าจะบันทึกประสบการณ์ไว้เหมือนเป็นที่ระลึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นกับตัวเองบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำ ด้วยว่ากลัวว่าครรภ์นี้จะไปรอดหรือไม่ และอาจจะกลายเป็นบันทึกจากฝันร้าย เพราะตัวเองอายุมากพอสมควร และกลัวผลการตรวจน้ำคร่ำมาก ถึงแม้ใครอาจจะคิดว่าเป็นแม่ใจร้าย แต่เราก็คงทนไม่ได้ที่จะให้ลูกที่ไม่สมบูรณ์ออกมาผจญกับโลกที่น่าร้าาากเช่นนี้ แต่ตอนนี้ก็ผ่านไปแล้วด้วยดี รู้ผลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

เราไม่ดีใจกับการได้ลูกชายมากไปกว่าการได้รู้ว่าผลออกมาปกติ และเด็กมีโครโมโซมปกติ และจะว่าไปแล้วเราก็ดูจะโชคดีกว่าแม่รายอื่นๆ ที่มีอาการแพ้ท้องต่างๆ นานา แต่เรากลับปกติ กินได้เหมือนปกติ ไม่มีแม้แต่อาการแปลกๆ ประเภทอยากกินอะไรประหลาดๆ

นอกจากนี้ยังรู้สึกตัวว่าเด็กดิ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่ 17 ทีแรกก็นึกว่ากล้ามเนื้อกระตุก เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าๆ ก็เริ่มหนักขึ้น และแน่ใจได้ว่าไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อกระตุีกแน่ๆ ถึงตอนนี้รอบเอวก็ 34 นิ้วแล้ว จาก 26 นิ้ว และถึงแม้เมื่อสัปดาห์ที่ 18 จะรู้ว่ารกเกาะต่ำ ซึ่งอาจเป็นผลให้คลอดเองไม่ได้ และเสี่ยงกับการคลอดก่อนกำหนด แต่ก็ยังดำเนินชีวิตตามปกติ แถมมะรืนเดินเยอะไปหน่อยทั้งทำงานบ้าน และชอปปิ้ง ทั้งๆ ที่ก็มีอาการปวดก้นมาก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้อาการหนักขึ้นเรียกว่า นั่งก็โอย นอนก็โอย แค่พลิกตัวหน่อยเดียวก็ปวดแทบน้ำตาเล็ด สามีที่แสนดีก็ช่วยหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตให้ และทำให้รู้ว่า เพราะสรีระเปลี่ยน หมอแนะนำให้นั่งและนอนเป็นเบาะนุ่มๆ หรือถ้าหาหมอนโดนัท ก็จะช่วยได้มาก และที่สำคัญคือให้พักผ่อนมากๆ อย่าเดินเยอะ ให้นั่งห้อยขาอย่านั่งขัดสมาธิ หรือนั่งกะพื้้นแข็งๆ ตอนนี้ก็อาการดีขึ้นเยอะแล้ว

น้ำหนักล่าสุดที่ชั่งตอนสัปดาห์ที่ 21 ก็คือ 58.8 กิโลกรัม ขึ้นมา 6 กิโลแล้ว และหมอบอกว่าอัตรานี้ดูจะเร็วไปคงต้องลดของหวานและแป้ง และพยายามอย่ากินมื้อใหญ่ๆ เพราะว่าจะทำให้จุกลิ้นปี่และนอนไม่สบายหลับไม่สบายเลย เหมือนเมื่อคืนที่ตอนพลิกตัวตลอดเวลา แต่หลับไม่สนิทเลย เพราะว่าแน่นไปหมด แม้ว่าจะเอาหมอนรองหัวให้สูงแล้ว แต่ก็ยังไม่สบายตัวและไม่สามารถหลับได้สนิท

คนท้องไม่เหมือนกับคนอ้วนอย่างที่เคยคิดมาก่อนเลย มันไม่สบายตัวในหลายๆ อย่าง นี่ขนาดว่าเราโชคดีที่ไม่มีอาการแพ้ใดๆ ก็ยังรู้สึกไม่สบายเหมือนอย่างเคย แล้วแม่ๆ สมัยก่อนที่ความรู้ยังไม่แพร่หลาย การแพทย์ยังไม่ดีเท่านี้คงลำบากมากกว่าเราอีก ดังนั้นรักแม่ให้มากๆ นะค่ะ เราก็ด้วย จะพยายามรักและเข้าใจแม่ให้มากกว่าีนี้

รายการตรวจเตรียมตั้งครรภ์

เพิ่งจะมีลูกคนแรกค่ะ แล้วก็รู้ว่ามีความเสี่ยงมากมายสำหรับชีวิตทีุ่จะเกิดขึ้นมาใหม่ คิดๆ แล้วก็ให้มีความคิดประหลาดว่าคนเราน่าจะถือรายการตรวจไว้แสดงเลย ไม่แน่เมื่อลูกโต แทนที่เราจะขอสินสอดอาจจะเป็นขอรายการตรวจร่างกายของอีกฝ่ายแทน เพื่อให้แ่น่ใจว่าทายาทที่จะเกิดมาจะครบสมบูรณ์ แต่ก็ฟังดูเพี้ยนๆ นะค่ะ เอาเป็นว่าควรจะตรวจดังนี้ละกัน

รายการตรวจพ่อแม่
ไว้ัรัสตับอักเสบบีตรวจพาหะ เพื่อป้องกันการติดต่อไปยังแม่ตรวจทั้งพาหะและภูมิคุ้มกัน เพื่อฉีดวัคซีน
บาดทะยัก
ตรวจภูมิคุ้มกัน เพื่อฉีดวัคซีน
หัดเยอรมัน
ตรวจภูมิคุ้มกัน เพื่อฉีดวัคซีน
ทาลัสซิเมีย (Thalasemia)XX
เอดส์ (AIDS)XX
ซิฟิลิสXX
หมู่เลือด RhXX
ความผิดปกติของโครโมโซมXX

รายการที่ใส่มาเป็นแค่คร่าวๆ เท่านั้น เดี๋ยวนี้ รพ.ไหนๆ ก็มีแพคเก็จแบบนี้ทั้งนั้นแล้วค่ะ ยกเว้นแต่ความผิดปกติของโครโมโซม ซึ่งโดยทั่วไปจะตรวจเอาเมื่อตั้งครรภ์แล้ว เพราะแม้ว่าพ่อแม่จะสมบูรณ์ ก็ไม่ได้แปลว่าลูกจะสมบูรณ์ด้วย ดังนั้นจึงตรวจเอาที่โครโมโซมเด็กทีเดียวเลย และก็ไม่ได้ตรวจทุกราย ส่วนใหญ่จะตรวจเมื่อแม่อายุเกิน 35 แล้วเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคนทีต่ำกว่าอายุ 35 จะไม่มีโอกาสเป็น แต่ว่ามีโอกาสน้อยค่ะ ทั้งนี้มีทั้งผิดปกติเนื่องจากโครโมโซมพ่อ แม่ ถ่ายทอดมา หรือว่าเกิดความผิดปกติที่เด็กเองก็ได้ ดังนั้นการตรวจสอบประวัติการเจ็บป่วยของครอบครัวพ่อ และแม่จะช่วยบอกได้ในระดับหนึ่งค่ะ

Reference:
ความผิดปกติและโรคทางพันธุกรรม
แม่ท้องกับ 3 วัคซีนที่ต้องรู้